บล็อก

New Lamborghini Urus เอสยูวีกระทิงดุตัวใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร

0

ขอบคุณเครดิตภาพ : https://goo.gl/a5aaeY

ตลาดเอสยูวีกำลังบูมอย่างต่อเนื่องเมื่อทางค่ายกระทิงดุ Lamborghini พร้อมนำเสนอ New Lamborghini Urus SUV ตัวใหม่หลังจากห่างหายไปนาน มาพร้อมดีไซน์โด่ดเด่น ให้เลือกหลากหลายรุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

New Lamborghini Urus มีขนาดมิติตัวถังยาว 5,112 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,016 มิลลิเมตรและสูง 1,638 มิลลิเมตร ฐานล้อขนาดความยาวที่ 3,003 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม พร้อมการออกแบบดุดันสไตล์ แลมโบกินี่ ด้วยโคมไฟหน้าเรียวพร้อมไฟ LED DRL รูปทรง Y อันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย กันชนพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างมากับแนวหลังคาต่ำและลาดเอียงต่อเนื่องยังไฟท้าย LED ที่ออกแบบทรงตัว Y ครีบรีดอากาศด้านหลังกันชนได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง พร้อมท่อไอเสียคู่หลังสุดสปอร์ต

ภายในห้องโดยสารยังคงความเป็นรถสปอร์ตแลมโบกินีอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานความดุดันสปอร์ตหรูหราเข้าด้วยกัน โดยเน้นหลักการออกแบบหกเหลี่ยมเหมือน Lamborghini รุ่นอื่นๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้านพร้อมระบบลดการสั่นสะเทือน , ชุดหน้าปัดจอสี TFT ขนาดใหญ่ , ระบบปรับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ High Beam Assistant , เซ็นเซอร์ช่วยในการจอด , ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่  PreCognition system ที่ช่วยทั้งในด้านการป้องกันการชนและลดอุบัติเหตุ  , เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง (เพิ่มได้เป็น 18 ทิศทาง) ด้านหลังจุได้ 616 ลิตร และเมื่อพับเบาะจะจุได้ 1,596 ลิตร ระบบอินโฟเทนเมนต์ชื่อ “LIS” สามารถสั่งการด้วยเสียง เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay หรือ Android Auto ลำโพง 8 ตัว สามารถเพิ่มออฟชั่นเครื่องเสียงแบบไอเอนด์ 3D จาก Bang & Olufsen เสริมได้

 

Top10 สถานที่เที่ยวสุดแปลกในโลกที่คุณต้องร้องwoww

0

สถานที่เที่ยวแปลกๆ ตั้งแต่ภูเขาประหลาดยันหลุมใต้น้ำขนาดยักษ์ เกาะพิศวงเหมือนในหนังไซไฟ มีที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลยดีกว่า

อันดับที่10

ถ้ำเซินด่อง กว่างบินห์  ประเทศเวียดนามขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/dyx5J1

สถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆ ในโลกไม่ไกลบ้านจากเราสัคเท่าไหร่ ณ ถ้ำมหัศจรรย์ที่ขึ้นว่าเป็นดินแดนใต้พิภพที่เพิ่งได้รับการเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2009 จากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้มีอายุกว่า 2-3 ล้านปี และได้จัดอันดับให้เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงและกว้างพอที่จะสร้างตึก 40 ชั้นและอำเภอได้สักอำเภอ แถมให้ด้วยว่าเครื่องบินไซส์โบอิ้ง 747 บินเข้ามาได้สบายๆ แค่นั้นเอง! นอกจากนั้นแล้ว ภายในโพรงถ้ำก็มีความสวยงามและเป็นที่อยู่ของสัตว์ขนาดเล็กและหายากและพืชโบราณหลากหลายพันธุ์ ว่ากันว่าบรรยากาศภายในถ้ำเสมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกยุคดึกดำบรรพ์เลยน่ะจะบอกให้

อันดับที่9

หาดสีแดง  ปานจิน ประเทศจีน

ขอบคูณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/rCnHYY

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกที่สุดในโลกในทวีปเอเชีย หาดแห่งนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ชายหาดติดทะเลที่ไหน แต่เป็นทุ่งสาหร่ายสีแดงสดปกคลุมพื้นที่กว้างกว่า 51 ตารางไมล์ในเขตลุ่มน้ำของเมืองปานจิน จัดเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของนกน้ำกว่า 260 พันธุ์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ร่วม 400 ประเภท โดยเฉพาะนกกระเรียนต่างๆ ที่มีอยู่หนาแน่นจนเป็นที่รู้จักกันว่าหาดแห่งนี้เป็น “บ้านของนกกระเรียน” ทั้งนี้เพื่อเหตุผลในการรักษาสมดุลทางระบบนิเวศวิทยาของที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความงามของหาดแห่งนี้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

อันดับที8

หุบเขาช็อกโกแลตแห่งโบโฮล ประเทศฟิลิปปินส์

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/41w251

กลุ่มภูเขากว่า 1,700 ลูกที่เกิดตามธรรมชาติ แต่กลับมีรูปร่างมนและมีสัดส่วนไล่ๆ กันประหนึ่งมนุษย์สร้าง คล้ายกับภาพวาดภูเขาของเด็กๆ ที่ไล่เรียงกันเป็นแนว ตามคำบอกเล่าในนิทานท้องถิ่น (ซึ่งมีอยู่หลายตำนาน) เล่ากันว่าภูเขาเหล่านี้เกิดจากการปั้นดินและปาใส่กันของยักษ์เด็ก 2 ตน หลังจากยักษ์น้อยเลิกทะเลาะและเลิกเล่นกันแล้วก็ลืมเกลี่ยดินที่ปาใส่กันให้ราบเรียบ เลยเป็นที่มาของกลุ่มภูเขากว่าพันแห่งที่นี่ โดยลักษณะทั่วไปนั้นภูเขาเหล่านี้เป็นภูเขาทุ่งหญ้า ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง หญ้าเหล่านี้จะกลายเป็นสีน้ำตาลจนเป็นที่มาของชื่อช็อกโกแลตฮิลล์ นอกจากจะเป็นสถานที่เที่ยวแปลกๆ ยอดฮิตของเกาะโบโฮลแล้ว ก็ยังเป็นเขตมรดกโลกด้านธรณีวิทยาอีกด้วย

อันดับที่7

ทะเลสาบฮิลเลอร์  เกาะมิดเดิล เอสเพอแรนซ์ ประเทศออสเตรเลีย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/NTHNuD

หนึ่งในสถานที่แปลกที่สุดในโลกในเขตดินแดนซีกโลกใต้ ทะเลสาบสีชมพูบนเกาะปะการังขนาดเล็กกลางทะเล ทะเลสาบแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1802 ไฮไลท์เด่นของทะเลสาบฮิลเลอร์ก็คือ สีของน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีชมพูตลอดปี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำพวกแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในก้อนเกลือที่รวมตัวกันในทะเลสาบจนเป็นสีชมพูเข้ม แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ ถึงแม้ว่าจะตักน้ำในทะเลสาบออกมาใส่ภาชนะอื่น น้ำที่ตักออกมาก็ยังคงเป็นสีชมพูเช่นเดียวกันกับในทะเลสาบ

อันดับที่6

เกาะโซโครตรา ประเทศเยเมน

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/JTVaLo

เกาะที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟในเขตประเทศเยเมน ตั้งอยู่ในเขตทะเลอะราเบียน (Arabian Sea) เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องต้นไม้รูปร่างประหลาดหลายพันธุ์ที่มีรูปทรงแปลกๆ เหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ (Sci-Fi) โดยมีทั้งพันธุ์ไม้ที่มีเฉพาะถิ่นที่นี่และพันธุ์ไม้โบราณยุคดึกดำบรรพ์ที่หายากมากๆ เช่น ต้นเลือดมังกร (Twisted Dragon’s Blood Tree) และต้นขวด (Bulbous Bottle Tree) นอกจากนั้นสภาพพื้นดินในบริเวณที่มีต้นไม้ประหลาดเหล่านี้ขึ้นอยู่นั้นก็มีสภาพตะปุ่มตะป่ำด้วยก้อนดินและก้อนหิน และยังมีพืชจำพวกตะบองเพชร ชวนชมยักษ์ ต้นไม้แปลกๆ รวมไปถึงสัตว์เฉพาะถิ่นอีกจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลกขนาดนี้จะพลาดทะเบียนมรดกโลกไปได้อย่างไร

อันดับที่5

บ่อน้ำแร่และโคลนเดือดปามุกกาเล ปามุกกาเล ประเทศตุรกี

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/9HJNan

เขตมรดกโลกและสถานที่แปลกๆ ที่ต้องไปเยือนในประเทศตุรกีที่เป็นอ่างน้ำแร่ธรรมชาติริมเขาขั้นบันไดโอบล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม โดยลักษณะของอ่างน้ำแร่ริมเขาหินปูนแห่งนี้จะมีสีขาวโพลนไปทั้งเขา อีกทั้งบ่อน้ำแร่ริมเขาบ่อต่างๆ ก็จะเรียงลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ มีความสวยงามเกินบรรยาย แถมน้ำแร่เหล่านี้ก็สามารถลงไปแช่ตัวได้อีกด้วย แน่นอนว่าปามุกกาเลย่อมเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญที่ในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 2 ล้านคน อีกทั้งในระยะทางไม่ไกลกันก็ยังเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโรมันโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) อีกด้วย

อันดับที่4

โรงแรมน้ำแข็ง จุกกาสจาร์วี ประเทศสวีเดน

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/GSjX8u

โรงแรมน้ำแข็งอันโด่งดังของสวีเดน สถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลกในยุโรปที่เป็นโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกในโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1989 โดยเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในโรงแรมนี้จะทำขึ้นจากการแกะน้ำแข็งล้วนๆ ในแต่ละปีโรงแรมจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวปลายปีราวเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งการออกแบบแกะสลักและก่อสร้างโรงแรมนั้นจะได้ความร่วมมือจากศิลปินจากรอบโลกที่มาช่วยกันออกแบบตีมในปีต่างๆ ให้สวยงามแตกต่างกันไป ใครอยากไปพิสูจน์ประสบการณ์นอนเตียงน้ำแข็งกันในปีนี้คงต้องรีบวางแผนจองตั๋วกันได้แล้วนะจ๊ะ

อันดับที่3

เอนเทโลปแคนยอน   ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/bLw7cz

อันดับที่2

เดอะเกรตบลูโฮล เบลิซซิตี้ ประเทศเบลิซ

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/aTCpRp

สถานที่แปลกในโลกใต้ทะเล หลุมใต้สมุทรขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยุบตัวของพื้นโลก โดยหลุมแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับแนวปะการังไลท์เฮ้าส์ (Lighthouse Reef) เป็นส่วนหนึ่งของเขตมรดกโลกแนวปะการังเบลิซ ลักษณะของหลุมแห่งนี้มีรูปร่างเป็นอ่างวงกลมสีฟ้าเข้มขนาดใหญ่กลางทะเลที่ล้อมรอบด้วยแนวปะการังที่เห็นชัดโดดเด่นและสวยงามมาก เดอะเกรตบลูโฮลเป็นจุดน้ำลึกยอดฮิตติดอันดับท็อป 10 ของโลก โดยมีความลึกร่วม 125 เมตรและเป็นหลุมใต้ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้หลุมแห่งนี้มีชั้นหินปูนใต้ทะเลและถ้ำใต้น้ำ จัดเป็นเขตธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นที่อาศัยของปลาทะเลพันธุ์ต่างๆ มากมาย

อันดับที่1

ทะเลสาบวงกลม โอโซยุส ประเทศแคนาดา

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/V9mL1d

ทะเลสาบที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจนมีมวลหนาแน่นและเกิดเป็นลวดลายวงกลมจำนวนมาก ชาวเมืองเรียกกันว่าคลีลุก (Khiluk) ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวเมืองท้องถิ่น ที่น่าสนใจ คือ จากการสำรวจพบว่าวงกลมแต่ละวงนั้นมีการรวมตัวของแร่ธาตุที่ต่างๆ กันไปและมีคุณสมบัติในการรักษาโรคที่ต่างกันไปอีกด้วย นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกและสวยงาม ทั้งนี้ไม่สามารถเข้าไปชมในระยะประชิดได้ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีการตั้งรั้วล้อมรอบบริเวณและมีจุดชมวิวเฉพาะที่ให้ได้แวะเข้าไปชมเท่านั้น

เป็นไงกันบ้างๆเพื่อนอยากไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง อย่าลืมมาบอกเอารูปสวยมาฝากกันเด้อ

 

คำแนะนำดีๆ และวิธีการเช่ารถง่ายๆ สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถเช่ามือใหม่มาบอกต่อกันครับ

0

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/7dXkzL

ข้อดีของการเช่ารถขับเที่ยวเอง

  1. คุณต้องมีประสบการณ์และความสามารถในการขับรถที่ดีพอสมควร ต้องมีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์พร้อม ที่สำคัญต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แต่หากคุณกังวลเรื่องการขับรถหรือเส้นทางก็สามารถใช้บริการเช่ารถพร้อมคนขับได้เช่นกัน โปรดอย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการก่อนการตัดสินใจจ้างคนขับทุกครั้ง
  2. คุณควรมีทักษะในการดูแผนที่และหาเส้นทางการเดินทาง หรือคุณอาจใช้อุปกรณ์ช่วยนำทาง (GPS) ซึ่งมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ หรืออาจเช่าเครื่องจากผู้ให้เช่ารถก็ได้เช่นกัน
  3. คุณต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบในตัวรถยนต์ที่คุณเช่ามา หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการส่วนมากจะมีข้อเสนอแผนประกันอุบัติเหตุให้กับคุณได้เลือกพิจารณาด้วย
  4. คุณต้องดูแลความสะอาดภายในห้องโดยสายของตัวรถ เมื่อส่งมอบรถยนต์คืนผู้ให้เช่า
  5. ในช่วงเทศการท่องเที่ยวมักจะไม่ค่อยมีรถให้เช่า และราคาเช่ารถมักจะแพงมากกว่าช่วงนอกเทศการท่องเที่ยว ฉะนั้น เราขอแนะนำให้คุณวางแผนการเช่ารถล่วงหน้านานๆ ยิ่งนานยิ่งดี

คำแนะนำและข้อพึงระวังในการเช่ารถและการรับส่งรถ

  1. เก็บหลักฐานการชำระเงินและหมายเลขโทรศัพท์ผู้ให้บริการไว้กับตัว ซึ่งคุณอาจทำการถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือคุณก็ได้ นอกจากนี้ควรเตรียมสำเนาบัตรประชาชนของผู้เช่ารถ และใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ไปด้วย
  2. โทรแจ้งผู้ให้บริการเช่ารถให้ทราบถึงชื่อและหมายเลขติดต่อของคุณล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง รวมถึงเที่ยวบินและเวลาที่คุณจะไปถึงสถานที่รับรถ จากนั้นทำการนัดเวลาและนัดสถานที่รับรถ รวมถึงถามชื่อพนักงานที่จะมาส่งมอบรถ
  3. เมื่อคุณไปถึงสถานที่รับรถ โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการทราบ ที่สำคัญคุณสุภาพสตรีไม่ควรเดินไปรับรถเองคนเดียว ควรมีเพื่อนไปด้วยหรือไปพร้อมกันทั้งหมดยิ่งดี
  4. พนักงานส่งมอบรถจะแจ้งให้คุณทราบถึงสภาพรถและตำหนิของรถก่อนส่งมอบรถให้คุณ คุณควรถ่ายรูปตำหนิบนรถเป็นหลักฐานไว้ในโทรศัพท์มือถือ จุดที่คนมักจะมองข้ามคือบริเวณกระจกมองข้างทั้งสองฝั่งของรถ ซึ่งมักจะมีตำหนิ และโปรดตรวจสอบความสะอาดปลอดภัยภายในห้องโดยสาร สภาพเครื่องปรับอากาศ และช่องบรรทุกสัมภาระก่อนรับมอบรถด้วย
  5. พนักงานจะแสดงให้เห็นว่าน้ำมันในรถเต็มถังเมื่อส่งมอบรถให้คุณ และคุณต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังเมื่อถึงเวลาต้องคืนรถ อย่าลืมถามด้วยว่ารถที่เช่าเติมน้ำมันประเภทอะไร และสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ใกล้จุดคืนรถอยู่ที่ใด
  6. ทำการตรวจสอบเอกสารและลงชื่อใบสัญญาเช่า (โปรดอ่านรายละเอียดใบสัญญาเช่ารถ) หรือบางกรณีอาจต้องชำระเงินเพิ่มหรือเงินมัดจำ (ถ้ามี กรุณาขอหลักฐานการจ่ายค่ามัดจำ) จากนั้น พนักงานจะส่งมอบกุณแจรถพร้อมใบเสร็จและสำเนาใบสัญญาเช่ารถกับคุณ ซึ่งจากนั้นคุณสามารถใช้รถได้ทันที
  7. ทดลองขับและออกตัวรถช้าๆ และสังเกตุว่ารถเช่านั้นวิ่งได้ในสภาพดี หากมีปัญหาในการขับขี่ให้รีบโทรศัพท์แจ้งผู้ให้บริการทันที
  8. กรุณาขับขี่รถด้วยความไม่ประมาทและเคารพกฎจราจร หากเกิดเหตุให้โทรแจ้งผู้ให้บริการทราบทันทีเช่นกัน
  9. กรุณาทำการตรวจสอบล็อครถทุกครั้งที่คุณจอดรถ และลงจากไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
  10. เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งมอบรถ โปรดโทรศัพท์แจ้งผู้ให้บริการเพื่อทำการนัดเวลาและสถานที่ส่งมอบรถ อย่าลืมถามชื่อพนักงานที่จะมารับมอบรถคืน จากนั้นทำการเติมน้ำมันให้เต็มถัง นอกจากนี้ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไปยังจุดคืนรถและเผื่อเวลารถติดด้วย
  11. เมื่อแน่ใจว่าคุณพบพนักงานจากผู้ให้บริการที่ถูกต้องแล้ว พนักงานจะทำการตรวจสอบสภาพรถเมื่อคุณส่งมอบคืน หากรถมีตำหนิใหม่นอกเหนือจากรอยตำหนิเดิม พนักงานอาจขอเรียกเก็บค่าซ่อมแซม รวมถึงหากห้องโดยสารหรือตัวรถสกปรก พนักงานอาจขอเรียกเก็บค่าทำความสะอาดได้
  12. เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย โปรดเรียกรับเอกสารหรือเงินมัดจำคืน (ถ้ามี) และโปรดตรวจสอบสัมภาระและสิ่งของมีค่าของคุณภายในตัวรถ ก่อนส่งมอบรถคืนพร้อมกุญแจรถ
  13. สำหรับผู้ใช้บริการเช่ารถเป็นครั้งแรก ขอแนะนำให้ลองเช่ารถขับภายในเมืองท่องเที่ยวที่ขับง่าย ไม่เปลี่ยวหรือไม่ไกลชุมชนจนเกินไป อาทิ หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต
  14. สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และต้องการเช่ารถขับในต่างประเทศ ขอแนะนำให้ทำใบขับขี่สากลหรือใบขับขี่สมาร์ทการ์ด โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากด้านล่างนี้ ใบอนุญาตขับขี่สากล การขอรับใบขับขี่ระหว่างประเทศ ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดกับพาสปอร์ต

สุดท้ายนี้ อย่าลืมขับขี่อย่างปลอดภัย ง่วงก็พักและเมาไม่ขับนะครับ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพและมีความสุขกับการขับรถเที่ยวเอง

ธุรกิจการส่งออกสินค้า และบริการของประเทศไทย

0

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/w6Vrsy

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และการเกษตรกรรมถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ทำให้ประเทศไทยมีสินค้าทางเกษตรและผลผลิตทางเกษตรอยู่หลายอย่าง และก็มีสินค้าทางการเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกอยู่หลายชนิดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

ยางพารา

ยางพาราจัดเป็นสินค้าส่งออกทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย โดยสามารถแบ่งการส่งออกได้เป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางกึ่งสำเร็จรูป เป็นการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นในรูปแบบที่ต้องการและทำการส่งออกเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มที่สองจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเป็นกระบวนการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ท่อยาง เป็นต้น

ข้าว

ข้าวนอกจากจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ข้าวยังจัดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยอีกด้วย โดยในปีหนึ่งประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นจำนวนมากมีรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกปีสำหรับประเทศที่ไทยส่งข้าวออกมากที่สุดจะได้แก่ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย แคนาดา อิรัก อิหร่าน เป็นต้น โดยการส่งออกข้าวของไทยนั้นจะมีทั้งที่เป็น ข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า รวมไปถึงข้าวเหนียว

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลังก็จัดได้ว่าเป็นสินค้าส่งออกและเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน มันสำปะหลังจัดเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ สำหรับในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย ก็นิยมการบริโภคมันสำปะหลังเช่นกัน มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นดินที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์มากนัก จึงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในเพาะปลูกของเกษตรกร

ข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นสินค้าทางเกษตรที่ประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ ประเทศที่เป็นประเทศคู่ค้าของประเทศไทยในการส่งออกข้าวโพดจะได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และศรีลังกา แต่การส่งออกจะเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมในการเพาะปลูกข้าวโพดของเกษตรกรในแต่ละปี และความต้องการของตลาด

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/CEMBiL

การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทำธุรกิจส่งออก

การส่งออกและนำเข้าประเทศไทยมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ อีกทั้งประเทศไทยยังได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน เพราะมีทางออกทางทะเลทั้งสองฝั่ง ทำให้ธุรกิจส่งออกของไทยมีความน่าสนใจ เหมาะแก่การลงทุน และประเทศเพื่อนบ้านมักจะนำเข้าสินค้าของไทยเป็นหลัก สำหรับการทำธุรกิจการส่งออกสินค้าให้อยู่รอดได้นั้นมีเคล็ดลับ ดังนี้

1.การแต่งตั้งผู้จัดการโครงการขึ้น เนื่องจากการดำเนินธุรกิจประเภทนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องของข้อมูลและวิธีการดำเนินการต่างๆที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งเป็นอันดับแรกในการเริ่มธุรกิจส่งออก ดังนั้นการแต่งตั้งผู้จัดการในครั้งนี้จะต้องเลือกเอาบุคคลในระดับท๊อปสุด ที่มีความรู้ความสามารถบวกกับประสบการณ์การทำธุรกิจในต่างประเทศจึงจะเหมาะสมที่สุด

2.ตรวจสอบโอกาสทางการตลาดของประเทศอื่น ส่งตัวแทนออกไปยังประเทศต่างๆ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน โดยต้องพิจารณาข้อมูลในทุกเรื่อง จึงต้องทำการพิจารณาและวิเคราะห์อย่างละเอียดด้วยว่าธุรกิจจะสามารถเข้าไปเจาะและตีตลาดได้หรือไม่

3.ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์สินค้า ผู้ประกอบการต้องนำข้อมูลของแผนการดำเนินงานทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีผลิตภัณฑ์สินค้าชนิดใดจะสามารถขายได้ในทุกประเทศโดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเลย ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่ยนถ้าจำเป็น เพื่อผลตอบรับที่ดี

4.เลือกรูปแบบการส่งออก มีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ควรต้องคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับแผนงานมากที่สุด หรือใช้วิธีการร่วมทุนกับต่างชาติ

5.ตรวจสอบภาษี ในแต่ละประเทศจะมีการเรียกเก็บภาษีที่แตกต่างกันออกไปตามแต่กฎหมายของประเทศนั้นๆ ดังนั้นจึงควรว่าจ้างทนายความและนักบัญชีที่เป็นคนในประเทศดังกล่าวขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจเพื่อจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย

6.เสริมสภาพคล่องทางการเงินไว้ให้มาก  เพราะเมื่อเกิดปัญหาฉุกเฉินขึ้นมาก็แทบจะไม่มีสิทธิไปขอกู้ธนาคารที่อยู่ต่างประเทศได้เลย การรักษาสุขภาพทางการเงินจึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

โจ๊กเกอร์ บทสุดอาถรรพ์ ใครแสดงต้องเจอผลกระทบสุดอันตราย พวกเขาจะเป็นยังไงบ้างมาดูกัน

0

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/cnan2M

เป็นที่รู้กันในวงการบันเทิงว่า บทบาท “โจ๊กเกอร์” นั้นเป็นหนึ่งในบทบาทสุดซับซ้อนและต้องอาศัยประสบการณ์ในการแสดงสูง ถึงจะสามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และสำหรับโจ๊กเกอร์คนล่าสุดอย่าง จาเร็ด เลโต้ นักแสดงที่มีดีกรีออสการ์ 1 รางวัลก็ฝากฝีมือถ่ายทอดความเป็น “โจ๊กเกอร์” ใน Suicide Squad ได้อย่างน่าประทับใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

และความเข้าถึงบทบาทตรงนี้มีมากถึงขั้นที่ว่าแม้อยู่ในกองก็ยังไม่สามารถถอดคาแรกเตอร์ของตัวละครออกไปได้เลย ซึ่งมันก็คงไม่น่าห่วงเท่าไร ถ้าหากบทที่ว่าไม่ใช่วายร้ายจอมวิกลจริตแห่ง DC Comics

จาเร็ด เลโต้ นักแสดงผู้รับบท “โจ๊กเกอร์” คนล่าสุด เคยให้สัมภาษณ์กับทาง Cinemablend ไว้ว่า “ผมลงลึกไปกับบทบาทค่อนข้างมาก มันเป็นโอกาสที่พิเศษและผมไม่คาดฝันเลยว่าจะได้ทำมัน มันสนุกมากในการเล่นเกมจิตวิทยา แต่ในขณะเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยายทีเดียว”

ไม่ใช่แค่ในจอที่ดูสะพรึงบาดจิตเท่านั้น ดูเหมือนว่านอกจอ จาเร็ด เลโต้ ก็ไม่สามารถถอดตัวเองออกจากบทนี้ได้ เพราะเขายังเคยเรียก จิม แพททริค นักแสดงผู้รับบทสมุนของเขาให้ไปทำภารกิจสุดแปลกประหลาดระหว่างวันด้วย หรือแม้แต่ส่งของขวัญสุดสยองให้เพื่อนนักแสดงอาทิ ส่งหนูเป็นๆให้ มาร์โกต์ ร็อบบี้, ส่งลูกกระสุนให้ วิล สมิธ, ส่งนิตยสารเพลย์บอยเลอะๆให้กับ อะดีเวล อะคินโนเย-แอกบาเจ (คิลเลอร์ คร็อก), ส่งหมูตายแล้วให้ วิโอล่า เดวิส หรือแม้แต่ถุงยางใช้แล้วไปให้บรรดานักแสดงที่เหลือด้วย จนนักแสดงหลายคนกลัวที่จะพูดคุยกับเขา ทำให้ตัว จาเร็ด เลโต้ เอง เขาสู่สภาวะคล้ายกับตัวละครโจ๊กเกอร์คือ แยกตัวออกจากสังคม และความโดดเดี่ยวตรงนั้นทำให้ตัวละครน่ากลัวยิ่งขึ้น และนั่นอาจจะหมายถึงประสบการณ์การแสดงที่เจ็บปวดที่จาเร็ดได้บอกไปนั่นเอง

ไม่ใช่แค่ในจอที่ดูสะพรึงบาดจิตเท่านั้น ดูเหมือนว่านอกจอ จาเร็ด เลโต้ ก็ไม่สามารถถอดตัวเองออกจากบทนี้ได้ เพราะเขายังเคยเรียก จิม แพททริค นักแสดงผู้รับบทสมุนของเขาให้ไปทำภารกิจสุดแปลกประหลาดระหว่างวันด้วย หรือแม้แต่ส่งของขวัญสุดสยองให้เพื่อนนักแสดงอาทิ ส่งหนูเป็นๆให้ มาร์โกต์ ร็อบบี้, ส่งลูกกระสุนให้ วิล สมิธ, ส่งนิตยสารเพลย์บอยเลอะๆให้กับ อะดีเวล อะคินโนเย-แอกบาเจ (คิลเลอร์ คร็อก), ส่งหมูตายแล้วให้ วิโอล่า เดวิส หรือแม้แต่ถุงยางใช้แล้วไปให้บรรดานักแสดงที่เหลือด้วย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/RiaZuH

จนนักแสดงหลายคนกลัวที่จะพูดคุยกับเขา ทำให้ตัว จาเร็ด เลโต้ เอง เขาสู่สภาวะคล้ายกับตัวละครโจ๊กเกอร์คือ แยกตัวออกจากสังคม และความโดดเดี่ยวตรงนั้นทำให้ตัวละครน่ากลัวยิ่งขึ้น และนั่นอาจจะหมายถึงประสบการณ์การแสดงที่เจ็บปวดที่จาเร็ดได้บอกไปนั่นเอง

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/Km5Fi3

เมื่อมองย้อนกลับไปดูบรรดานักแสดงที่เคยรับบท “โจ๊กเกอร์” เราจะพบถึงพฤติกรรมแปลกๆ หรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในระหว่างที่รับบทนั้นด้วย อาทิ ในปี 1966 ซีซาร์ โรเมโร่ นักแสดงผู้รับบทโจ๊กเกอร์ในทีวีซีรี่ย์มักเดินออกจากฉากด้วยความงุนงงและไม่แน่ใจในตัวของตัวเอง พร้อมกับมีอาการปวดหัวเกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าฉาก ซึ่งเขาบอกว่าเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วมันเหมือนเป็นสงครามระหว่างตัวเขาและโจ๊กเกอร์

ในปี 1989 เมื่อ ทิม เบอร์ตัน หันมากำกับ Batman และได้ แจ๊ค นิโคลสัน มารับบทโจ๊กเกอร์ บทบาทนั้นทำให้เขาดำดิ่งสู่ด้านมืดของมนุษย์ และเพลิดเพลินไปกับอิสระในการฆ่าฟันและทำร้ายผู้คนเพียงเพื่อความระทึกใจ หลังจากรับบทได้สักพัก แจ๊ค นิโคลสัน ก็เริ่มบอกให้ทีมงานรับรู้ถึงอาการกระสับกระส่ายและอาการนอนไม่หลับของเขา ความเครียดที่เกิดขึ้นจากบทโจ๊กเกอร์กัดกินชีวิตเขามากเท่าไหร่ และแม้ว่ามันจะเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม แต่แจ๊คก็มักจะพูดถึงอิทธิพลที่ตัวละครส่งผลต่อจิตใจของเขาด้วย

แม้แต่ มาร์ค แฮมิล นักแสดงผู้พากย์เสียงโจ๊กเกอร์ในแอนิเมชั่นก็มีอาการนอนไม่หลับและเครียดเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน และปิดท้ายด้วยนักแสดงที่ฝีมือเป็นที่ประจักษ์แต่น่าเสียดายที่เขาต้องจากไปก่อนวัยอันควรอย่าง ฮีธ เลดเจอร์ นักแสดงดีกรีออสการ์จากบทบาทโจ๊กเกอร์ใน The Dark Knight กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน นั่นเอง โดยในช่วงจังหวะชีวิตที่ ฮีธ ได้รับบทบาทนี้เป็นช่วงที่เขาเพิ่งเลิกกับ มิเชล วิลเลี่ยมส์ และต้องแยกกับ มาทิลด้า ลูกสาวของเขาพอดี และเขายังเคยพูดถึงตัวละครโจ๊กเกอร์ไว้ว่า “โจ๊กเกอร์คือตัวตลกวิกลจริตที่ฆ่าคนมหาศาล และไร้ซึ่งการเห็นใจผู้อื่น”

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/6AxrZZ

เมื่อเริ่มถ่ายทำ เพื่อนนักแสดงหลายคนเริ่มสังเกตได้ถึงการเข้าครอบงำของโจ๊กเกอร์ที่มีผลต่อตัวนักแสดง ฮีธไม่สามารถถอดคาแรกเตอร์ระหว่างอยู่ในกองถ่ายได้ พวกเขาเปรียบเทียบเขากับแดเนียล เดย์ ลูอิส ที่มีเทคนิคในการเข้าถึงตัวละคร ทว่าแดเนียล เดย์ ลูอิส นั้นไม่เคยต้องรับบทคนวิกลจริตอย่างโจ๊กเกอร์ ถ้าหากว่าหนังของเบอร์ติน เป็นการ “ปลดปล่อย” ด้านมืด หนังของโนแลนคือการ “ขุดลึก” เข้าไปในจิตใจอันมืดมิดของตัวละคร และถ่ายทอดฝันร้ายออกมา ระหว่างการถ่ายทำ ฮีธต้องเข้าพบแพทย์หลายคนและได้รับการรักษาด้วยยาหลายขนาน และท้ายที่สุดเขาเสียชีวิตในอพาร์ตเมนท์ของเขาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2008 ที่ผ่านมา 6 เดือนก่อนหนังจะเข้าฉายจริงนั่นเอง พ่อของเขาพบไดอารี่ที่ฮีธสะสมเรื่องราวของโจ๊กเกอร์เอาไว้ ตั้งแต่ภาพของไฮยีน่า, ภาพจากคอมิก และในหน้าสุดท้ายปรากฏคำว่า “Bye Bye” เขียนด้วยตัวหนาเอาไว้ด้วย เมื่อแจ๊ค นิโคลสันทราบข่าว