บล็อก หน้า 9

ประโยชน์ของอุปกรณ์ช่าง “เครื่องดัดโค้ง”

0

ประโยชน์ย่อมมี แต่เรามาดู วิธีเลือกอุปกรณ์ กันเลย!!

ในงานช่างหรืองานก่อสร้างประเภทโครงสร้างที่ต้องใช้วัสดุประเภทเหล็กเป็นหลักนั้น นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่ช่วยตัดและตกแต่งเหล็กต่างๆแล้ว อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จัดได้ว่ามีความสำคัญและใช้ประโยชน์ได้อย่างมากนั้นก็คือ เครื่องดัดโค้งซึ่งแน่นอนว่าเครื่องดัดโค้ง

ถือว่ามีความ สำคัญเป็นอย่างมากในงานโครงสร้างเหล็ก เนื่องจากว่าคงเป็นไปได้ยากหากเราจะดัดเหล็กด้วยมือเปล่าปราศจากเครื่องมือช่างช่วยใดๆ

อุปกรณ์เครื่องดัดโค้งนั้นจะมีหลากหลายแบบตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น การดัดโค้งท่อเหล็ก / การดัดโค้งท่อสแตนเลส ฯลฯ รวมถึงรูปแบบและลักษณะของความโค้งต่างๆ ที่เราต้องการนั้นเอง

 

 

เครื่องดัดโค้ง โดยมากนั้นจะใช้หลักการทำงานของอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และไฮโดรลิคเป็นหลัก เพื่อช่วยให้ในการปรับแต่งหรือดัดวัสดุชิ้นนั้นๆ ทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น หากแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการเลือกซื้อเครื่องดัดโค้งก็ควรศึกษาอุปกรณ์แต่ละชนิดให้ดีก่อน หรือปรึกษากับผู้ขายให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ว่าเครื่องเหล่านั้นจะเหมาะกับชิ้นงานหรือลักษณะงานที่เราจะนำไปใช้งานหรือไม่ เช่น เครืองสำหรับดัดโค้งงานเหล็กแผ่น หรืองานเหล็กแบบเส้น ที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในการเลือกดู  เครื่องดัดโค้ง ก็ควรเลือกดูกำลังของมอเตอร์ประกอบกันไปด้วย เพื่อให้กำลังในการทำงานมีความเหมาะสมนั้นเอง

3 สเต็ปง่ายๆในการเลือกผ้าปูที่นอนที่คุณควรรู้มาดูกันเลยจ้า!!

0

ผ้าปูที่นอนเป็นอีกหนึ่งไอเท็มชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การนอนให้กับคุณ หลายคนอาจเคยเจอปัญหาไม่สามารถเลือกผ้าปูที่นอนที่เหมาะสมกับตัวเองได้ เพราะในท้องตลาดมีผ้าปูที่นอนมากมายหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ที่น่าตกใจคือ ราคาของผ้าปูที่นอนบางประเภทมีราคาที่สูงจนคุณนึกไม่ถึง แล้วผ้าปูแบบไหนล่ะที่เหมาะกับคุณ วันนี้เรามี 3 ขั้นตอนมาเป็นตัวช่วยให้คุณเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่ถูกใจได้อย่างง่ายๆ

Step 1

เลือกขนาดผ้าปูที่นอนให้ตรงกับขนาดที่นอน
สำรวจที่นอนและเตียงของเราว่ามีขนาดเท่าไหร่ เมื่อทราบขนาดที่แน่นอนแล้ว ก็มาเริ่มเลือกผ้าปูที่ขนาดเหมาะพอดีกับที่นอน ไม่ควรใช้ผ้าปูที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าที่นอน เพราะจะทำให้ผ้าไม่เรียบตึง เมื่อใช้งานจริงและยังทำให้ผู้นอนรู้สึกไม่สบายตัว ขณะนอนหลับอีกด้วย

ในเมืองไทยส่วนมาก มีขนาดผ้าปูที่นอน ดังนี้

• Single fitted sheet 42 X 78 นิ้ว (3.5 X 6.5 ฟุต)
• Queen fitted sheet 60 X 78 นิ้ว (5 X 6.5 ฟุต)
• King fitted sheet 72 X 78 นิ้ว (6 X 6.5 ฟุต)

ผ้าปูที่นอนจะมี 2 แบบที่เป็นมาตรฐาน คือ แบบรัดมุม(มียางยืด) และแบบไม่รัดมุม


Step 2

เลือกเนื้อผ้าในแบบที่ใช่
หลังจากทราบขนาดของที่นอนแล้ว ต่อมา เราจะมาดูกันในส่วนของเนื้อผ้า (ปูที่นอน) ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญ ชนิดของเนื้อผ้าที่แตกต่างกันจะมีผลต่อคุณภาพของผ้าปูโดยตรง โดยในท้องตลาดปัจจุบันมีเนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย อาทิ

ผ้าฝ้าย (Cotton)
เป็นเนื้อผ้าที่ได้รับความนิยมที่สุดเพราะมีความนุ่มสบาย และเป็นเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติ ถ่ายเทอากาศได้ดี ทำให้ไม่รู้สึกร้อนขณะนอนหลับ ทั้งยังมีความคงทนและมีราคาหลากหลายให้เลือก ผ้าฝ้ายที่เชื่อกันว่ามีคุณภาพดีที่สุด ได้แก่ Egyptian cotton และ Pima cotton ซึ่งมีเส้นใยเหนียวแน่นและทนทาน สำหรับใครที่มองหาผ้าปูที่นอนที่ดูแลรักษาง่าย แนะนำให้เลือกเนื้อผ้าที่ทำจากฝ้าย

ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly-cotton)
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ถึงแม้จะไม่สามารถระบายอากาศได้ดีเท่าผ้าฝ้ายแท้ แต่ฝ้ายผสมใยสังเคราะห์นี้จะยับยากกว่าผ้าฝ้ายแท้ และราคาถูกกว่า

ผ้าซาติน (Satin)
ผ้าซาตินมีจุดเด่นที่ให้ความรู้สึกนุ่มเรียบลื่น เย็นสบายผิว และดูหรู แต่ผ้าชนิดนี้มีข้อเสียตรงที่อาจจะไม่ทนทานเท่าผ้าชนิดอื่นๆ

ผ้าไหม (Silk)
แม้จะเป็นผ้าที่ให้ความรู้สึกหรู นุ่มละมุน แต่ข้อเสียของผ้าไหมคือไม่ทนทานเท่าผ้าชนิดอื่นๆ ทำความสะอาดยาก และมีราคาที่สูง นิยมให้เป็นของขวัญสำหรับคู่แต่งงานใหม่

ผ้าสักหลาด (Flannel)
ผ้าสักหลาดทำจากขนสัตว์ผสมกับฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ ให้ความอบอุ่นได้อย่างมากในฤดูหนาว แต่ผ้าชนิดนี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมในเมืองไทยเนื่องจากมีอากาศร้อน

นอกจากชนิดผ้าที่แตกต่างซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผ้าปูที่นอนที่แตกต่างกันไปแล้ว ความหนาแน่นของเส้นด้ายในการถักทอก็มีผลต่อราคาและคุณสมบัติของผ้าปู โดยผ้าปูที่นอนคุณภาพดีควรมีความหนาแน่นของเส้นด้ายในการทักถอม (Thread count)

Thread count
เป็นตัวบอกจำนวนเส้นด้ายที่ทอขึ้นเป็นผ้าต่อหนึ่งตารางนิ้ว ผ้าปูที่นอนส่วนใหญ่มีจำนวนส้นด้ายอยู่ที่ 180-300 เส้น โดย thread count ที่สูงขึ้นจะทำให้ผ้ามีความนุ่มมากขึ้น รวมถึงราคาที่แพงขึ้นด้วย เนื้อผ้าที่ดีนั้น เส้นด้ายในการทอนั้นต้องทอไม่ต่ำกว่า 350 เส้นด้ายต่อ 10 เซ็นติเมตร จะทำให้ผ้าปูที่นอนนั้นมีคุณภาพ
หลายคนมักเข้าใจว่า thread count ที่สูงจะมีคุณภาพดี แต่ในความเป็นจริง คุณภาพที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าด้วย เช่น ผ้าที่มี thread count สูงแต่ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน อาจไม่ให้ความนุ่มและความสบายมากเท่าผ้าชนิดที่ดีกว่าได้

Step 3

เลือกสีที่ถูกใจ
เชื่อหรือไม่ว่า สีมีส่วนอย่างมากต่อสภาวะอารมณ์ของผู้อยู่อาศัย ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผ้าปูที่นอนสีต่างๆ เรามาดูกันว่า สีไหนส่งผลด้านใดกันบ้าง

โทนสีเย็น
สีฟ้า เป็นสีที่เหมาะแก่การพักผ่อนมากสุด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังทำให้นอนหลับสบาย

สีเขียว ทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และจิตใจให้สดชื่น

สีม่วง เป็นสีกลางระหว่างโทนร้อนกับโทนเย็น สำหรับห้องนอนเด็ก ผ้าปูที่นอนสีม่วงนับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

สีดำ ผ้าปูที่นอนสีดำจะทำให้รู้สึกร้อนและจำกัดความกว้างของห้อง ห้องที่มีขนาดเล็กจึงไม่ควรใช้ แต่สำหรับห้องโล่งกว้างผ้าปูสีดำก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูเก๋ไปอีกแบบ

สีขาว ถือเป็นสีเบสิคของผ้าปูที่นอน เป็นสีทีให้ความรู้สึกสบายตา เหมาะสำหรับห้องนอนของทุกเพศ ทุกวัย

โทนสีอุ่น
สีแดง เป็นสีที่เพิ่มพลังงานในร่างกายและช่วยในการไหลเวียนสูบฉีดโลหิต สำหรับคนที่รู้สึกซึมเศร้า หดหู่ ผ้าปูที่นอนสีแดงจะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นได้

สีส้ม เป็นสีที่ให้ผลใกล้เคียงกับสีแดง คือช่วยให้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายขึ้น

สีเหลือง ทำให้ห้องสว่างขึ้น สำหรับผู้สูงอายุ ที่สายตาไม่ค่อยดี ผ้าปูที่นอนสีเหลืองอ่อนเป็นตัวเลือกที่เหมาะ

จาก 3 ขั้นตอนง่ายๆ ข้างต้นคงพอจะเป็นไอเดียในการซื้อผ้าปูที่นอนให้กับคุณได้บ้าง ทีนี้ก็ได้เวลาออกไปเลือกแบบที่ใช่ สไตล์ที่ชอบ แล้วพักผ่อนกันให้สบายได้เลย

8 เทคนิค เปลี่ยนห้องไซส์เล็กให้เป็นห้องกว้าง

0

การบริหารพื้นที่ใช้สอยในบ้านกลายเป็นศาสตร์สำคัญของคนเมืองที่มีพื้นที่ในบ้านอย่างจำกัด เมื่อราคาที่ดินในเขตชุมชนเมืองมีราคาแพงขึ้น ห้องจึงถูกบังคับให้มีขนาดเล็กลง เช่น ห้องสตูดิโอ ห้องแถว อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องส่วนตัวในบ้านเดี่ยวก็ตาม โดยเฉพาะใครที่มีข้าวของเยอะ ที่ว่างในห้องก็ยิ่งเหลือน้อย อาจเหลือเพียงทางเดินแคบๆ ภายในห้องเท่านั้น

แต่ไม่ต้องกังวล เพราะก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เรามีตัวช่วยที่จะมาแนะนำ เทคนิคการแต่งห้องแคบ หรือห้องไซส์เล็กให้ดูกว้างขึ้น โดยอาศัยเทคนิคง่ายๆ 8 รูปแบบ โดยคุณเจ้าของบ้านสามารถเลือกนำไปปรับใช้เองได้ตามสะดวก

1. เลือกใช้สีโทนอ่อนแต่งพื้นผนัง

การเลือกใช้สีขาว หรือสีอ่อนประเภทสีพาสเทลที่พื้น ผนัง หรือฝ้าเพดานจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น หรืออีกวิธีคือ ทำผนังด้านใดด้านหนึ่งอ่อนกว่าด้านอื่นๆ ก็สามารถช่วยสร้างมิติให้กับห้องได้

2. เสริมด้วยลายทางสร้างความต่อเนื่อง

ลายทางสามารถทำให้เกิดภาพลวงตาว่าห้องมีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้ ลองหาพรม หรือวอลล์เปเปอร์มาติด โดยเลือกสีให้เข้ากับบรรยากาศภายในห้อง

3. พึ่งพาแสงธรรมชาติ


แสงธรรมชาติ จากภายนอกที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างจะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องดูปลอดโปร่งมากขึ้น นอกจากนี้การที่เราได้เห็นวิวภายนอกก็ช่วยคลายความอึดอัดลงได้

4. จัดแสงไฟ ลดมุมมืด

ความมืดเป็นหนึ่งในข้อเสียที่ทำให้ห้องดูแคบ การใส่โคมไฟแต่ละดวงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถเลือกใช้โคมไฟได้หลายประเภทดังต่อไปนี้

– ไฟ LED ติดตั้งตามความกว้างยาวของห้อง อาจเป็นมุมหลบที่ฝ้าเพดาน ภายในตู้ หรือชั้นวางของ เป็นต้น
– แทรคไลท์ (Track light) หรือโคมไฟราง เป็นโคมไฟติดเพดาน ซึ่งหากปรับโคมไฟให้สาดแสงไปที่ผนังห้อง จะทำให้รู้สึกว่าห้องนั้นกว้างขึ้น

5. แบ่งพื้นที่ด้วยฉากโปร่งที่มองทะลุได้

การทำผนังทึบ หรือกั้นห้องจะทำให้ห้องดูแคบลง ควรใช้เป็นฉากกั้นแบบโปร่งเพื่อให้มองทะลุได้ หรือใช้ผ้าม่านเนื้อบางโปร่งแสงเพื่อให้ได้แสงสว่างแบบนุ่มนวลมากขึ้น

6. ติดกระจกเสริมมิติ

กระจกช่วยหลอกตาเหมือนมีพื้นที่ซ้ำๆ ห้องจึงดูใหญ่กว่าเดิมได้ ลองใช้กระจกบานใหญ่เป็นบานๆ สำหรับติดที่ผนังฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ตู้เสื้อผ้า หรือใช้กระจกบานเล็กนำไปทำเป็นกรอบรูปภาพกระจก ใช้สำหรับวาง หรือติดที่ผนังได้อีกรูปแบบ นอกจากนี้หากติดตั้งไฟให้ส่องไปทางกระจกได้ ก็จะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้อีกทาง

7. เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และจัดวางให้ถูกตำแหน่ง

เฟอร์นิเจอร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำมาใช้งาน ดังนั้นเมื่อห้องมีขนาดที่จำกัด เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทั้ง เตียง โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ ควรเลือกใช้ประเภทที่ไม่เทอะทะ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใช้งานได้หลากหลาย และต้องจัดวางให้ถูกที่ โดยมีวิธีการดังนี้

โต๊ะ – เลือกใช้ประเภทที่ขาโปร่ง หรือเก็บของได้ มีล้อเลื่อน หรือเลือกเป็นประเภทที่พับเก็บไปข้างผนังหรือบิลท์อินได้ เพื่อประหยัดเนื้อที่ ใช้งานได้หลากหลาย
เตียง – อย่าเลือกเตียงที่ดูใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้ห้องดูแน่นและกินเนื้อที่ ลองหาเตียงรุ่นที่สามารถเก็บของได้ใต้เตียง หรือเลือกเตียงที่ปรับเป็นโซฟาได้
ตู้ – ตู้เก็บของ หรือตู้เสื้อผ้า ควรเลือกเป็นประเภทบิลท์อินเพื่อความเรียบร้อย ไม่ระเกะระกะสายตา

นอกจากนี้การวางเฟอร์นิเจอร์ (เก้าอี้โซฟา โต๊ะ เคาน์เตอร์ ชั้นวาง) แบบเข้ามุมจะทำให้ห้องดูแคบได้ ลองขยับเฟอร์นิเจอร์ออกจากมุมหรือผนังห้อง เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับเดิน จะทำให้ห้องดูมีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้

8. ปูพรมแบ่งพื้นที่

การปูพรมหลายๆ ขนาด สามารถช่วยหลอกสายตาว่าห้องมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดยจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนตามการใช้งาน

ทั้ง 8 วิธีที่แนะนำไป สามารถนำไปปรับใช้กับห้องของคุณเองได้อย่างสบาย รับรองว่าห้องจะต้องดูใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ช่วยทำให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น ควบคู่ไปกับการทำความสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดี

อ่านต่อเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ไอเดียน่าที่น่าทึ่งทึ่ง

Goldenlife Nursing Home เนอร์สซิ่งโฮม คืออะไร

0

ผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
โกลเด้นไลฟ์ เนอร์สซิ่งโฮม คือ สถานดูแลผู้สูงอายุ สถานดูแลผู้ป่วย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : http://www.goldenlifehome.com

ผู้ป่วยระยะพักฟื้น และสถานพักฟื้นผู้สูงอายุ ซึ่งมีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุในแต่ละวัน ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นการ ดูแลผู้ป่วยดูแลผู้สูงอายุผู้ป่วยระยะพักฟื้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ควบคุมดูแล และแนะนำโดยแพทย์ พยาบาล และทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรในการดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะ ให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการห้องพักที่สะอาดถูกสุขลักษณะ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสบาย เงียบสงบเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการดูแลผู้สูงอายุดูแลผู้ป่วย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : http://www.goldenlifehome.com

โกลเด้นไลฟ์ เนอร์สซิ่งโฮม รับดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วย สถานพักฟื้นผู้สูงอายุ สถานพักฟื้นผู้ป่วย ให้อาหารทางสายยาง

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : http://www.goldenlifehome.com

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : http://www.goldenlifehome.com

โกล้เด้นไลฟ์เนอร์สซิ่งโฮมดูแลผู้สูงอายุ ได้รับรางวัลมาตราฐานสถานบริการดูแลผู้สูงอายุดีเด่น ประจำปี 2560 จากพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ทำให้เรามุ่งมั่น พัฒนาองค์กร และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับคุณตาคุณยาย ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นสถานดูแลผู้สูงอายุ ที่เป็นผู้นำในเรื่อง การบริการที่ได้มาตรฐาน มีคุณธรรม ดูแลเอาใจใส่ดุจญาติมิตร“

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : http://www.goldenlifehome.com

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

สถานดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วยโกลเด้นไลฟ์เนอร์สซิ่งโฮม ได้รับรางวัล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคุณภาพยอดเยี่ยมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
โกลเด้นไลฟ์ เนอร์สซิ่งโฮม สถานพักฟื้นผู้สูงอายุ ดูแลผู้ป่วย  สถานพักฟื้นผู้ป่วย ให้อาหารทางสายยาง รับดูแลผู้สูงอายุ

FIFA55 ดีไหม ?

0

FIFA55 ดียังไง ไปดูกันเลย เพื่อนๆ

FIFA55 คือ เว็ปเดิมพันออนไลน์ และ คาสิโนออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์เล่นได้เงินจริง เดิมพันกีฬาออนไลน์  FIFA55 ได้รับความไว้วางใจในเรื่องการเงินมั่นคง 100% ระบบ ฝากถอน-เร็วทันใจ ได้ตลอด 24 ชม. จ่ายจริงชัวร์ ไว้วางใจจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น บ้านผลบอล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตพูล สปอร์ตแมน วิเคราะห์ และอื่นๆ มากมาย

เดิมพันบอลออนไลน์

ระบบ เดิมพันบอลออนไลน์ ภายใน FIFA55  เราพัฒนาเพื่อให้เข้าใจง่าย โดยมีทั้งภาพอธิบาย และคลิ๊ปสาธิตวิธีการเล่นครบทุกประเภท ภาษาที่ใช้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีราคาที่อัพเดทรวมเร็วทันใจ และราคาดีกว่าเว็ปอื่น

เดิมพันกีฬาออนไลน์

ในเว็ป FIFA55 มี เดิมพันกีฬาออนไลน์ อยู่ภายในมากมายด้วยกัน เช่น เดิมพันมวย,เดิมพันบาส,เดิมพันเทนนิส,เพื่อให้คุณได้สนุก ลุ้น เสียงโชค กันอย่างรูปแบบ

เที่ยวต่างประเทศช่วงอากาศหนาวจับใจกับ 5 ทริคดูแลผิวให้สวยใส

0

การท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นสิ่งที่หลายคนฝันหา และเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุด สำหรับสาวๆ คนไหนที่มักจะได้จัดทริปไปเที่ยวต่างประเทศในช่วงที่สภาพอากาศประเทศนั้นๆ หนาวเย็นจับใจหรืออาจจะติดลบกันเลยด้วยซ้ำ ถ้าเช่นนั้น นี่คือ สิ่งที่คุณจะต้องรู้และปฏิบัติเพื่อรับมือถนอมผิวให้คงความสวยชุ่มชื้นอยู่เสมอ อยากเที่ยวแบบไม่ให้ผิวร่วงโรย ต้องทำตามนี้นะคะสาวๆ

1.บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์สูตรเข้มข้น

ไปเยือนต่างประเทศทั้งที จะปล่อยให้ผิวเสียง่ายได้ยังไงจริงมั้ยคะ และเพราะอากาศเมืองนอกมักจะหนาวมากเป็นพิเศษ สาวๆ จึงต้องพกพาทั้งครีมบำรุงผิวหน้า และโลชั่นสูตรที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นไปด้วย เพื่อบำรุงผิวอย่างเต็มที่ เพียงเท่านี้ก็จะได้หมดกังวลเรื่องปัญหาผิวแห้งจนหมดสวยนั่นเอง

 

2.ดูแลริมฝีปากให้สวยอยู่เสมอ

ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วทั้งทีก็ไม่พลาดที่จะต้องถ่ายรูปสวยๆ อวดรอยยิ้มสดสดใส แต่ทว่าหากสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งแตก งานนี้เป็นต้องไม่กล้าฉีกยิ้มแน่นอน เพราะฉะนั้น อย่าลืมหมั่นสครับผิวกันบ้าง วิธีง่ายๆ หากไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ให้ทำสครับ ก็เพียงใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ นี่แหละมาขัดๆ ถูๆ ผิวริมฝีปากหลังจากแปรงฟัน จากนั้นในระหว่างวันก็อย่าลืมทาลิปบาล์มบำรุงผิวปากอยู่เสมอ งานนี้ฉีกยิ้มสวยที่มาพร้อมปากอวบอิ่มชุ่มชื้นได้แล้ว

3.ทาครีมกันแดดทุกวัน

ไม่ว่าจะอยู่เมืองนอกหรือเมืองไทย นอกจากการใส่ใจเลือกครีมบำรุงผิวหน้าแล้ว การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันมิได้ขาด ก็ย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสาวๆ อย่างแน่นอน แม้ว่าแสงแดดเมืองนอกที่คุณไปเยือนอาจจะไม่มีให้ได้สัมผัส อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ หรืออาจจะติดลบเสียด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม รังสี UV ก็ยังมีอยู่ในตอนกลางวันเช่นเดิม เพื่อป้องกันผิวเสียและแห้งแตกจนมีริ้วรอยง่าย แถมยังอาจหมองคล้ำอย่างไม่รู้ตัว สาวๆ ควรพกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องสูงไปไว้ทากันแดดเป็นประจำทุกวันจะดีที่สุด กลับมาเมืองไทยผิวจะได้ยังคงความขาวใสเช่นเดิม

 

4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มทำลายผิว

อากาศหนาวก็อยากจะจิบเครื่องดื่มอย่างกาแฟร้อนๆ หรือดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่เครื่องดื่มเหล่านี้มีแต่จะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น ส่งผลให้ผิวยิ่งแห้งกร้านขึ้นนั่นเอง แนะนำเป็นน้ำเปล่า นมร้อนหรือดื่มโกโก้ร้อนๆ แทนจะดีกว่า นอกจากผิวไม่เสียแล้ว ยังเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายได้อีกด้วย

5.สระผมด้วยครีมนวดแทนแชมพู

อากาศหนาวๆ เมืองนอก นอกจากจะทำลายความชุ่มชื้นใต้ผิวให้เสียไปแล้ว ยังทำให้หนังศีรษะของเราแห้งได้เช่นกัน แถมสาวๆ หลายคนที่มีปัญหาผมแห้งอยู่แล้ว เส้นผมก็จะยิ่งแห้ง ชี้ฟู และยังเกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่ายอีกด้วย หากสระผมบ่อยๆ ก็อาจจะยิ่งทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวที่หนังศีรษะสูญหายไปยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้เป็นรังแคขึ้นได้ ดังนั้นหากจะต้องสระผม แนะนำให้ใช้ครีมนวดผมลูบไล้แทนแชมพูไปก่อนดีกว่าค่ะ

เพียงทำตามข้อปฏิบัติที่เราแนะนำไป บอกเลยทำง่ายๆ แต่กลับช่วยปกป้องผิวของคุณให้ห่างไกลจากริ้วรอยและความแห้งกร้านได้เป็นอย่างดี และแม้จะกลับมาเมืองไทยแล้ว เมื่อไรที่ต้องสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นก็อย่าลืมปฏิบัติตามกันเช่นเดิมเพื่อถนอมผิวให้คงความสวยอย่างยาวนานต่อไป

New Lamborghini Urus เอสยูวีกระทิงดุตัวใหม่ พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร

0

New Lamborghini Urus

ขอบคุณเครดิตภาพ : https://goo.gl/a5aaeY

ตลาดเอสยูวีกำลังบูมอย่างต่อเนื่องเมื่อทางค่ายกระทิงดุ Lamborghini พร้อมนำเสนอ New Lamborghini Urus SUV ตัวใหม่หลังจากห่างหายไปนาน มาพร้อมดีไซน์โด่ดเด่น ให้เลือกหลากหลายรุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

New Lamborghini Urus มีขนาดมิติตัวถังยาว 5,112 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,016 มิลลิเมตรและสูง 1,638 มิลลิเมตร ฐานล้อขนาดความยาวที่ 3,003 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม พร้อมการออกแบบ

ดุดันสไตล์ แลมโบกินี่ ด้วยโคมไฟหน้าเรียวพร้อมไฟ LED DRL รูปทรง Y อันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย กันชนพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างมากับแนวหลังคาต่ำและลาดเอียงต่อเนื่องยังไฟท้าย LED ที่ออกแบบทรงตัว Y ครีบรีดอากาศด้านหลังกันชนได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง พร้อมท่อไอเสียคู่หลังสุดสปอร์ต

ภายในห้องโดยสารยังคงความเป็นรถสปอร์ตแลมโบกินีอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานความดุดันสปอร์ตหรูหราเข้าด้วยกัน โดยเน้นหลักการออกแบบหกเหลี่ยมเหมือน Lamborghini รุ่นอื่นๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น พวง

มาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้านพร้อมระบบลดการสั่นสะเทือน , ชุดหน้าปัดจอสี TFT ขนาดใหญ่ , ระบบปรับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ High Beam Assistant , เซ็นเซอร์ช่วยในการจอด , ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่  PreCognition system ที่ช่วยทั้งในด้านการป้องกันการชนและลดอุบัติเหตุ  , เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง

(เพิ่มได้เป็น 18 ทิศทาง) ด้านหลังจุได้ 616 ลิตร และเมื่อพับเบาะจะจุได้ 1,596 ลิตร ระบบอินโฟเทนเมนต์ชื่อ “LIS” สามารถสั่งการด้วยเสียง เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay หรือ Android Auto ลำโพง 8 ตัว สามารถเพิ่มออฟชั่นเครื่องเสียงแบบไอเอนด์ 3D จาก Bang & Olufsen เสริมได้

Top10 สถานที่เที่ยวสุดแปลกในโลกที่คุณต้องร้องwoww

0

สถานที่เที่ยวแปลกๆ ตั้งแต่ภูเขาประหลาดยันหลุมใต้น้ำขนาดยักษ์ เกาะพิศวงเหมือนในหนังไซไฟ มีที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลยดีกว่า

อันดับที่ 10

ถ้ำเซินด่อง กว่างบินห์  ประเทศเวียดนามขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/dyx5J1

สถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆ ในโลกไม่ไกลบ้านจากเราสัคเท่าไหร่ ณ ถ้ำมหัศจรรย์ที่ขึ้นว่าเป็นดินแดนใต้พิภพที่เพิ่งได้รับการเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2009 จากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้มีอายุกว่า 2-3 ล้านปี และได้จัดอันดับให้เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงและกว้างพอที่จะสร้างตึก 40 ชั้นและอำเภอได้สักอำเภอ แถมให้ด้วยว่าเครื่องบินไซส์โบอิ้ง 747 บินเข้ามาได้สบายๆ แค่นั้นเอง! นอกจากนั้นแล้ว ภายในโพรงถ้ำก็มีความสวยงามและเป็นที่อยู่ของสัตว์ขนาดเล็กและหายากและพืชโบราณหลากหลายพันธุ์ ว่ากันว่าบรรยากาศภายในถ้ำเสมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกยุคดึกดำบรรพ์เลยน่ะจะบอกให้

อันดับที่ 9

หาดสีแดง  ปานจิน ประเทศจีน

ขอบคูณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/rCnHYY

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกที่สุดในโลกในทวีปเอเชีย หาดแห่งนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ชายหาดติดทะเลที่ไหน แต่เป็นทุ่งสาหร่ายสีแดงสดปกคลุมพื้นที่กว้างกว่า 51 ตารางไมล์ในเขตลุ่มน้ำของเมืองปานจิน จัดเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของนกน้ำกว่า 260 พันธุ์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ร่วม 400 ประเภท โดยเฉพาะนกกระเรียนต่างๆ ที่มีอยู่หนาแน่นจนเป็นที่รู้จักกันว่าหาดแห่งนี้เป็น “บ้านของนกกระเรียน” ทั้งนี้เพื่อเหตุผลในการรักษาสมดุลทางระบบนิเวศวิทยาของที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความงามของหาดแห่งนี้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

อันดับที 8

หุบเขาช็อกโกแลตแห่งโบโฮล ประเทศฟิลิปปินส์

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/41w251

กลุ่มภูเขากว่า 1,700 ลูกที่เกิดตามธรรมชาติ แต่กลับมีรูปร่างมนและมีสัดส่วนไล่ๆ กันประหนึ่งมนุษย์สร้าง คล้ายกับภาพวาดภูเขาของเด็กๆ ที่ไล่เรียงกันเป็นแนว ตามคำบอกเล่าในนิทานท้องถิ่น (ซึ่งมีอยู่หลายตำนาน) เล่ากันว่าภูเขาเหล่านี้เกิดจากการปั้นดินและปาใส่กันของยักษ์เด็ก 2 ตน หลังจากยักษ์น้อยเลิกทะเลาะและเลิกเล่นกันแล้วก็ลืมเกลี่ยดินที่ปาใส่กันให้ราบเรียบ เลยเป็นที่มาของกลุ่มภูเขากว่าพันแห่งที่นี่ โดยลักษณะทั่วไปนั้นภูเขาเหล่านี้เป็นภูเขาทุ่งหญ้า ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง หญ้าเหล่านี้จะกลายเป็นสีน้ำตาลจนเป็นที่มาของชื่อช็อกโกแลตฮิลล์ นอกจากจะเป็นสถานที่เที่ยวแปลกๆ ยอดฮิตของเกาะโบโฮลแล้ว ก็ยังเป็นเขตมรดกโลกด้านธรณีวิทยาอีกด้วย

อันดับที่ 7

ทะเลสาบฮิลเลอร์  เกาะมิดเดิล เอสเพอแรนซ์ ประเทศออสเตรเลีย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/NTHNuD

หนึ่งในสถานที่แปลกที่สุดในโลกในเขตดินแดนซีกโลกใต้ ทะเลสาบสีชมพูบนเกาะปะการังขนาดเล็กกลางทะเล ทะเลสาบแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1802 ไฮไลท์เด่นของทะเลสาบฮิลเลอร์ก็คือ สีของน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีชมพูตลอดปี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำพวกแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในก้อนเกลือที่รวมตัวกันในทะเลสาบจนเป็นสีชมพูเข้ม แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ ถึงแม้ว่าจะตักน้ำในทะเลสาบออกมาใส่ภาชนะอื่น น้ำที่ตักออกมาก็ยังคงเป็นสีชมพูเช่นเดียวกันกับในทะเลสาบ

อันดับที่ 6

เกาะโซโครตรา ประเทศเยเมน

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/JTVaLo

เกาะที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟในเขตประเทศเยเมน ตั้งอยู่ในเขตทะเลอะราเบียน (Arabian Sea) เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องต้นไม้รูปร่างประหลาดหลายพันธุ์ที่มีรูปทรงแปลกๆ เหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ (Sci-Fi) โดยมีทั้งพันธุ์ไม้ที่มีเฉพาะถิ่นที่นี่และพันธุ์ไม้โบราณยุคดึกดำบรรพ์ที่หายากมากๆ เช่น ต้นเลือดมังกร (Twisted Dragon’s Blood Tree) และต้นขวด (Bulbous Bottle Tree) นอกจากนั้นสภาพพื้นดินในบริเวณที่มีต้นไม้ประหลาดเหล่านี้ขึ้นอยู่นั้นก็มีสภาพตะปุ่มตะป่ำด้วยก้อนดินและก้อนหิน และยังมีพืชจำพวกตะบองเพชร ชวนชมยักษ์ ต้นไม้แปลกๆ รวมไปถึงสัตว์เฉพาะถิ่นอีกจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลกขนาดนี้จะพลาดทะเบียนมรดกโลกไปได้อย่างไร

อันดับที่ 5

บ่อน้ำแร่และโคลนเดือดปามุกกาเล ปามุกกาเล ประเทศตุรกี

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/9HJNan

เขตมรดกโลกและสถานที่แปลกๆ ที่ต้องไปเยือนในประเทศตุรกีที่เป็นอ่างน้ำแร่ธรรมชาติริมเขาขั้นบันไดโอบล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม โดยลักษณะของอ่างน้ำแร่ริมเขาหินปูนแห่งนี้จะมีสีขาวโพลนไปทั้งเขา อีกทั้งบ่อน้ำแร่ริมเขาบ่อต่างๆ ก็จะเรียงลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ มีความสวยงามเกินบรรยาย แถมน้ำแร่เหล่านี้ก็สามารถลงไปแช่ตัวได้อีกด้วย แน่นอนว่าปามุกกาเลย่อมเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญที่ในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 2 ล้านคน อีกทั้งในระยะทางไม่ไกลกันก็ยังเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโรมันโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) อีกด้วย

อันดับที่ 4

โรงแรมน้ำแข็ง จุกกาสจาร์วี ประเทศสวีเดน

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/GSjX8u

โรงแรมน้ำแข็งอันโด่งดังของสวีเดน สถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลกในยุโรปที่เป็นโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกในโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1989 โดยเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในโรงแรมนี้จะทำขึ้นจากการแกะน้ำแข็งล้วนๆ ในแต่ละปีโรงแรมจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวปลายปีราวเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งการออกแบบแกะสลักและก่อสร้างโรงแรมนั้นจะได้ความร่วมมือจากศิลปินจากรอบโลกที่มาช่วยกันออกแบบตีมในปีต่างๆ ให้สวยงามแตกต่างกันไป ใครอยากไปพิสูจน์ประสบการณ์นอนเตียงน้ำแข็งกันในปีนี้คงต้องรีบวางแผนจองตั๋วกันได้แล้วนะจ๊ะ

อันดับที่ 3

เอนเทโลปแคนยอน   ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/bLw7cz

อันดับที่ 2

เดอะเกรตบลูโฮล เบลิซซิตี้ ประเทศเบลิซ

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/aTCpRp

สถานที่แปลกในโลกใต้ทะเล หลุมใต้สมุทรขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยุบตัวของพื้นโลก โดยหลุมแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับแนวปะการังไลท์เฮ้าส์ (Lighthouse Reef) เป็นส่วนหนึ่งของเขตมรดกโลกแนวปะการังเบลิซ ลักษณะของหลุมแห่งนี้มีรูปร่างเป็นอ่างวงกลมสีฟ้าเข้มขนาดใหญ่กลางทะเลที่ล้อมรอบด้วยแนวปะการังที่เห็นชัดโดดเด่นและสวยงามมาก เดอะเกรตบลูโฮลเป็นจุดน้ำลึกยอดฮิตติดอันดับท็อป 10 ของโลก โดยมีความลึกร่วม 125 เมตรและเป็นหลุมใต้ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้หลุมแห่งนี้มีชั้นหินปูนใต้ทะเลและถ้ำใต้น้ำ จัดเป็นเขตธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นที่อาศัยของปลาทะเลพันธุ์ต่างๆ มากมาย

อันดับที่ 1

ทะเลสาบวงกลม โอโซยุส ประเทศแคนาดา

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/V9mL1d

ทะเลสาบที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจนมีมวลหนาแน่นและเกิดเป็นลวดลายวงกลมจำนวนมาก ชาวเมืองเรียกกันว่าคลีลุก (Khiluk) ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวเมืองท้องถิ่น ที่น่าสนใจ คือ จากการสำรวจพบว่าวงกลมแต่ละวงนั้นมีการรวมตัวของแร่ธาตุที่ต่างๆ กันไปและมีคุณสมบัติในการรักษาโรคที่ต่างกันไปอีกด้วย นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกและสวยงาม ทั้งนี้ไม่สามารถเข้าไปชมในระยะประชิดได้ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีการตั้งรั้วล้อมรอบบริเวณและมีจุดชมวิวเฉพาะที่ให้ได้แวะเข้าไปชมเท่านั้น

เป็นไงกันบ้างๆเพื่อนอยากไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง อย่าลืมมาบอกเอารูปสวยมาฝากกันเด้อ

 

คำแนะนำดีๆ และวิธีการเช่ารถง่ายๆ สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถเช่ามือใหม่มาบอกต่อกันครับ

0

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/7dXkzL

ข้อดีของการเช่ารถขับเที่ยวเอง

  1. คุณต้องมีประสบการณ์และความสามารถในการขับรถที่ดีพอสมควร ต้องมีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์พร้อม ที่สำคัญต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ แต่หากคุณกังวลเรื่องการขับรถหรือเส้นทางก็สามารถใช้บริการเช่ารถพร้อมคนขับได้เช่นกัน โปรดอย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการก่อนการตัดสินใจจ้างคนขับทุกครั้ง
  2. คุณควรมีทักษะในการดูแผนที่และหาเส้นทางการเดินทาง หรือคุณอาจใช้อุปกรณ์ช่วยนำทาง (GPS) ซึ่งมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ หรืออาจเช่าเครื่องจากผู้ให้เช่ารถก็ได้เช่นกัน
  3. คุณต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบในตัวรถยนต์ที่คุณเช่ามา หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการส่วนมากจะมีข้อเสนอแผนประกันอุบัติเหตุให้กับคุณได้เลือกพิจารณาด้วย
  4. คุณต้องดูแลความสะอาดภายในห้องโดยสายของตัวรถ เมื่อส่งมอบรถยนต์คืนผู้ให้เช่า
  5. ในช่วงเทศการท่องเที่ยวมักจะไม่ค่อยมีรถให้เช่า และราคาเช่ารถมักจะแพงมากกว่าช่วงนอกเทศการท่องเที่ยว ฉะนั้น เราขอแนะนำให้คุณวางแผนการเช่ารถล่วงหน้านานๆ ยิ่งนานยิ่งดี

คำแนะนำและข้อพึงระวังในการเช่ารถและการรับส่งรถ

  1. เก็บหลักฐานการชำระเงินและหมายเลขโทรศัพท์ผู้ให้บริการไว้กับตัว ซึ่งคุณอาจทำการถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือคุณก็ได้ นอกจากนี้ควรเตรียมสำเนาบัตรประชาชนของผู้เช่ารถ และใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ไปด้วย
  2. โทรแจ้งผู้ให้บริการเช่ารถให้ทราบถึงชื่อและหมายเลขติดต่อของคุณล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง รวมถึงเที่ยวบินและเวลาที่คุณจะไปถึงสถานที่รับรถ จากนั้นทำการนัดเวลาและนัดสถานที่รับรถ รวมถึงถามชื่อพนักงานที่จะมาส่งมอบรถ
  3. เมื่อคุณไปถึงสถานที่รับรถ โปรดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการทราบ ที่สำคัญคุณสุภาพสตรีไม่ควรเดินไปรับรถเองคนเดียว ควรมีเพื่อนไปด้วยหรือไปพร้อมกันทั้งหมดยิ่งดี
  4. พนักงานส่งมอบรถจะแจ้งให้คุณทราบถึงสภาพรถและตำหนิของรถก่อนส่งมอบรถให้คุณ คุณควรถ่ายรูปตำหนิบนรถเป็นหลักฐานไว้ในโทรศัพท์มือถือ จุดที่คนมักจะมองข้ามคือบริเวณกระจกมองข้างทั้งสองฝั่งของรถ ซึ่งมักจะมีตำหนิ และโปรดตรวจสอบความสะอาดปลอดภัยภายในห้องโดยสาร สภาพเครื่องปรับอากาศ และช่องบรรทุกสัมภาระก่อนรับมอบรถด้วย
  5. พนักงานจะแสดงให้เห็นว่าน้ำมันในรถเต็มถังเมื่อส่งมอบรถให้คุณ และคุณต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังเมื่อถึงเวลาต้องคืนรถ อย่าลืมถามด้วยว่ารถที่เช่าเติมน้ำมันประเภทอะไร และสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ใกล้จุดคืนรถอยู่ที่ใด
  6. ทำการตรวจสอบเอกสารและลงชื่อใบสัญญาเช่า (โปรดอ่านรายละเอียดใบสัญญาเช่ารถ) หรือบางกรณีอาจต้องชำระเงินเพิ่มหรือเงินมัดจำ (ถ้ามี กรุณาขอหลักฐานการจ่ายค่ามัดจำ) จากนั้น พนักงานจะส่งมอบกุณแจรถพร้อมใบเสร็จและสำเนาใบสัญญาเช่ารถกับคุณ ซึ่งจากนั้นคุณสามารถใช้รถได้ทันที
  7. ทดลองขับและออกตัวรถช้าๆ และสังเกตุว่ารถเช่านั้นวิ่งได้ในสภาพดี หากมีปัญหาในการขับขี่ให้รีบโทรศัพท์แจ้งผู้ให้บริการทันที
  8. กรุณาขับขี่รถด้วยความไม่ประมาทและเคารพกฎจราจร หากเกิดเหตุให้โทรแจ้งผู้ให้บริการทราบทันทีเช่นกัน
  9. กรุณาทำการตรวจสอบล็อครถทุกครั้งที่คุณจอดรถ และลงจากไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
  10. เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งมอบรถ โปรดโทรศัพท์แจ้งผู้ให้บริการเพื่อทำการนัดเวลาและสถานที่ส่งมอบรถ อย่าลืมถามชื่อพนักงานที่จะมารับมอบรถคืน จากนั้นทำการเติมน้ำมันให้เต็มถัง นอกจากนี้ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไปยังจุดคืนรถและเผื่อเวลารถติดด้วย
  11. เมื่อแน่ใจว่าคุณพบพนักงานจากผู้ให้บริการที่ถูกต้องแล้ว พนักงานจะทำการตรวจสอบสภาพรถเมื่อคุณส่งมอบคืน หากรถมีตำหนิใหม่นอกเหนือจากรอยตำหนิเดิม พนักงานอาจขอเรียกเก็บค่าซ่อมแซม รวมถึงหากห้องโดยสารหรือตัวรถสกปรก พนักงานอาจขอเรียกเก็บค่าทำความสะอาดได้
  12. เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย โปรดเรียกรับเอกสารหรือเงินมัดจำคืน (ถ้ามี) และโปรดตรวจสอบสัมภาระและสิ่งของมีค่าของคุณภายในตัวรถ ก่อนส่งมอบรถคืนพร้อมกุญแจรถ
  13. สำหรับผู้ใช้บริการเช่ารถเป็นครั้งแรก ขอแนะนำให้ลองเช่ารถขับภายในเมืองท่องเที่ยวที่ขับง่าย ไม่เปลี่ยวหรือไม่ไกลชุมชนจนเกินไป อาทิ หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต
  14. สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และต้องการเช่ารถขับในต่างประเทศ ขอแนะนำให้ทำใบขับขี่สากลหรือใบขับขี่สมาร์ทการ์ด โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากด้านล่างนี้ ใบอนุญาตขับขี่สากล การขอรับใบขับขี่ระหว่างประเทศ ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดกับพาสปอร์ต

สุดท้ายนี้ อย่าลืมขับขี่อย่างปลอดภัย ง่วงก็พักและเมาไม่ขับนะครับ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพและมีความสุขกับการขับรถเที่ยวเอง

ธุรกิจการส่งออกสินค้า และบริการของประเทศไทย

0

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/w6Vrsy

เกษตรกรรมในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และการเกษตรกรรมถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ทำให้ประเทศไทยมีสินค้าทางเกษตรและผลผลิตทางเกษตรอยู่หลายอย่าง และก็มีสินค้าทางการเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกอยู่หลายชนิดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

ยางพารา

ยางพาราจัดเป็นสินค้าส่งออกทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย โดยสามารถแบ่งการส่งออกได้เป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางกึ่งสำเร็จรูป เป็นการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นในรูปแบบที่ต้องการและทำการส่งออกเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มที่สองจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเป็นกระบวนการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ท่อยาง เป็นต้น

ข้าว

ข้าวนอกจากจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ข้าวยังจัดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยอีกด้วย โดยในปีหนึ่งประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นจำนวนมากมีรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกปีสำหรับประเทศที่ไทยส่งข้าวออกมากที่สุดจะได้แก่ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย แคนาดา อิรัก อิหร่าน เป็นต้น โดยการส่งออกข้าวของไทยนั้นจะมีทั้งที่เป็น ข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า รวมไปถึงข้าวเหนียว

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลังก็จัดได้ว่าเป็นสินค้าส่งออกและเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน มันสำปะหลังจัดเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ สำหรับในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย ก็นิยมการบริโภคมันสำปะหลังเช่นกัน มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นดินที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์มากนัก จึงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในเพาะปลูกของเกษตรกร

ข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นสินค้าทางเกษตรที่ประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ ประเทศที่เป็นประเทศคู่ค้าของประเทศไทยในการส่งออกข้าวโพดจะได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และศรีลังกา แต่การส่งออกจะเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมในการเพาะปลูกข้าวโพดของเกษตรกรในแต่ละปี และความต้องการของตลาด

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : https://goo.gl/CEMBiL

การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทำธุรกิจส่งออก

การส่งออกและนำเข้าประเทศไทยมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ อีกทั้งประเทศไทยยังได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน เพราะมีทางออกทางทะเลทั้งสองฝั่ง ทำให้ธุรกิจส่งออกของไทยมีความน่าสนใจ เหมาะแก่การลงทุน และประเทศเพื่อนบ้านมักจะนำเข้าสินค้าของไทยเป็นหลัก สำหรับการทำธุรกิจการส่งออกสินค้าให้อยู่รอดได้นั้นมีเคล็ดลับ ดังนี้

1.การแต่งตั้งผู้จัดการโครงการขึ้น เนื่องจากการดำเนินธุรกิจประเภทนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องของข้อมูลและวิธีการดำเนินการต่างๆที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งเป็นอันดับแรกในการเริ่มธุรกิจส่งออก ดังนั้นการแต่งตั้งผู้จัดการในครั้งนี้จะต้องเลือกเอาบุคคลในระดับท๊อปสุด ที่มีความรู้ความสามารถบวกกับประสบการณ์การทำธุรกิจในต่างประเทศจึงจะเหมาะสมที่สุด

2.ตรวจสอบโอกาสทางการตลาดของประเทศอื่น ส่งตัวแทนออกไปยังประเทศต่างๆ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน โดยต้องพิจารณาข้อมูลในทุกเรื่อง จึงต้องทำการพิจารณาและวิเคราะห์อย่างละเอียดด้วยว่าธุรกิจจะสามารถเข้าไปเจาะและตีตลาดได้หรือไม่

3.ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์สินค้า ผู้ประกอบการต้องนำข้อมูลของแผนการดำเนินงานทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีผลิตภัณฑ์สินค้าชนิดใดจะสามารถขายได้ในทุกประเทศโดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเลย ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่ยนถ้าจำเป็น เพื่อผลตอบรับที่ดี

4.เลือกรูปแบบการส่งออก มีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ควรต้องคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับแผนงานมากที่สุด หรือใช้วิธีการร่วมทุนกับต่างชาติ

5.ตรวจสอบภาษี ในแต่ละประเทศจะมีการเรียกเก็บภาษีที่แตกต่างกันออกไปตามแต่กฎหมายของประเทศนั้นๆ ดังนั้นจึงควรว่าจ้างทนายความและนักบัญชีที่เป็นคนในประเทศดังกล่าวขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจเพื่อจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย

6.เสริมสภาพคล่องทางการเงินไว้ให้มาก  เพราะเมื่อเกิดปัญหาฉุกเฉินขึ้นมาก็แทบจะไม่มีสิทธิไปขอกู้ธนาคารที่อยู่ต่างประเทศได้เลย การรักษาสุขภาพทางการเงินจึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ