การดูแลผู้ป่วยติดเตียง

6 ข้อปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง

การที่บ้านเรานั้นมีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุนั้น เรื่องที่สำคัญที่สุดนั้นคงหนีไม่พ้นในเรื่องของการดูแลผู้ป่าวอย่างใกล้ชิดเพราะผู้สูงอายุไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ดหมือนเมื่อก่อน ต้องมีช่วยเหลือจากคนรอบข้างลูกหลานหรือนางพยาบาลที่ดีแลผู้ป่วยสันนี้เราจึงมาแนะนำการปฏิบัติ 6 ข้อสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่าวยติดเตียงถ้าทุกท่านพร้อมแล้วไปดูกันเลย

 

การขับถ่ายของผู้สูงอายุ

1.การขับถ่าย

การใส่สายสวนปัสสาวะเข้าไปภายในร่างกายของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เป็นการเพิ่มโอกาสในการติดไวรัสได้ง่าย แพทย์ดูแลควรเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเป็นประจำทุก 2 – 4 สัปดาห์

ทำความสะอาดสายด้วยน้ำสบู่อ่อนๆทุกครั้ง และถ้าพบว่าปัสสาวะของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยมีสีขุ่นข้น หรือปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพาผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที ถ้าใส่ผ้าอ้อม ควรเช็ค และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรับเชื้ออื่น ๆ เข้าสู่ร่างกาย

 

2.ห้องนอน

ห้องนอนควรจัดให้เหมาะกับการใช้งาน อยู่ชั้นล่างของบ้าน และมีพื้นที่มากพอในการวางเตียงผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เครื่องมือและอุปกรณ์ทางแพทย์

นอกจากนี้ยังสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอีกด้วยเพราะฉะนั้นแล้วเราควรที่ใส่ใจในเรื่องของการจัดห้องนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยจะได้สะดวกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนั้นเอง

 

3.ปากและฟัน

การรักษาสุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทำเพื่อเหงือกและฟันของผู้ป่าย ฟันที่แข็งแรงไม่เพียงแต่จะช่วยให้ดูดีและรู้สึกดีเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานได้สะดวก และพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำอีกด้วย สุขภาพปากและฟันที่ดีจึงมีความสำคัญต่อการความเป็นอยู่ที่ดี

ควรแปรงฟันด้วยแฟรงสีฟันแบบอ่อน บ้วนปากด้วยน้ำเหลือ ถ้าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง แพทย์ดูแลสามารถใช้ผ้าก๊อซพันด้ามตะเกียบชุบน้ำอุ่น ทำความสะอาดภายในช่องปาก

 

4.สุขภาพจิต

ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยแต่ละรายมีภาวะของโรคแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกันคือ   ความเบื่อหน่าย และความทุกข์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแพทย์ดูแลสามารถหากิจกรรมอื่นๆมาทำร่วมกันผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เพื่อผ่อนคลาย  และลดความเศร้าลงมีสุขภาพจิตที่ดี

 

การนอนของผู้สูงอายุ

 

5.การนอน

ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่นอนติดเตียง จะไม่สามารถพลิกตัวเองได้ และถ้าต้องนอนอยู่ในท่าเดิมเป็นระยะนานๆ ก็อาจทำให้เกิดแผลกดทับ  ซึ่งในระยะแรกอาจจะทำให้ลอกแค่ผิวแต่พอนานวันเข้าก็อาจลอกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ

หรืออาจะถึงชั้นกระดูกเลยทีเดียว  และถ้าร่างกายปราศจากผิวหนังปกคลุมเเล้วโอกาสที่จะติดไวรัสก็มีมากขึ้น และอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ แพทย์ดูแลควรพลิกตัวผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทุก ๆ 2 ชั่วโมง เปลี่ยนท่าในการนอน เช่น นอนหงาย นอนตะแคง นอกจากนี้อาจจะซื้อที่นอนโฟม หรือที่นอนลม ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลกดทับมาใช้โดยเฉพาะก็ได้ ถ้าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยยังไม่เป็นแผลกดทับ

แนะนำให้ซื้อที่นอนโฟมมากกว่าที่นอนลม เพราะจะช่วยให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยนอนหลับสบายมากกว่า แต่ถ้าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเป็นแผลกดทับที่มีความรุนแรง ควรใช้ที่นอนลม ทั้งนี้ ที่นอนโฟม และที่นอนลมเป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยลดความเสี่ยง แพทย์ดูแลควรพลิกตัวผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย

 

อาหารขยะที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง

 

6.อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง

ถ้าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทานอาหารในท่านอน อาจจะทำให้สำลัก หรือ ปอดเกิดการอักเสบ หรือติดไวรัส เพราะ เศษอาหารหลุดเข้าหลอดลม และที่แย่ไปกว่านั้นคือ

เศษอาหารชิ้นใหญ่อาจเข้าไปอุดหลอดลมดังนั้นควรรู้ถึงอาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง เพราะจะส่งผลให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยขาดอากาศหายใจ ทั้งนี้ แพทย์ดูแลควรจัดให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยนั่งตรงก่อนจะรับประทานอาหาร โดยอาจจะใช้หมอนช่วยดันหลังให้ทรงตัว หรือเลือกใช้

เตียงผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ที่มีฟังก์ชั่นในการปรับหนักพิงหลังขึ้นเพื่อความสะดวกของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย และแพทย์ดูแล และควรให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยนั่งในท่าเดิมเพื่อให้อาหารย่อยก่อนสัก 1-2 ชั่วโมง เเล้วจึงนอนลง เรื่องที่ได้กล่าวถึงข้างต้น คือสิ่งสำคัญที่แพทย์ดูแลควรให้ความสนใจ

แต่นอกเหนือจากนี้ก็จะมีรายละเอียดในการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยแต่ละประเภทที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ แพทย์ดูแลควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่เหมาะสม

เพื่อความปลอดภัยค่ะ แน่นอนว่าการดูแลผู้สูงอายุหรือดูแลผู้ป่วยติดเตียง เรียกได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ค่อนข้างหนัก ซึ่งแพทย์ดูแลอาจจะรู้สึกเหนื่อย และเครียด แต่ถ้าหมั่นหาความรู้ในการดูแล และทำด้วยหัวใจเเล้ว ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยก็จะให้ความร่วมมือ และทำให้แพทย์ดูแลรู้สึกเหนื่อยน้อยลงค่ะ

 

 

 

เขียนโดย: galaxy-7.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *